“The Buraq” โมฮาเหม็ด ยูเนส ราบาห์ฝ่าฟันชีวิตที่ยากลำบากในแอลจีเรีย จนก้าวขึ้นมาเป็นดาวรุ่งที่น่าจับตามองที่สุดคนหนึ่งในวงการมวยไทย โมฮาเหม็ด เติบโตมาในครอบครัวใหญ่ที่มีพี่น้องถึง 8 คน โดยมีพ่อซึ่งประกอบอาชีพครู ทุ่มเททำงานหนักเพื่อหาเลี้ยงทุกคน การอาศัยในบ้านหลังเล็กๆ ร่วมกับปู่ย่าและญาติพี่น้อง ทำให้เขาเรียนรู้คุณค่าของความพยายามและความอดทนมาตั้งแต่เด็ก แม้ฟุตบอลจะเป็นกีฬายอดฮิตในบ้านเกิด แต่โชคชะตาของ โมฮาเหม็ด กลับเปลี่ยนไปเมื่อเขาได้พบกับยิมเล็ก ๆ ที่เปิดสอนคิกบ็อกซิ่ง เขาหลงใหลแนวทางการฝึกฝนและความดุดันของศิลปะการต่อสู้ จนเกิดความปรารถนาแรงกล้าที่จะเดินตามรอยเท้าของ บาร์ด ฮารี ตำนานนักสู้ระดับโลก ผู้เป็นไอดอลในดวงใจ ด้วยข้อจำกัดทางด้านการเงิน โมฮาเหม็ดจึงต้องเริ่มทำงานตั้งแต่วัยเยาว์เพื่อจุนเจือตัวเองและครอบครัว ทว่าความมุ่งมั่นที่จะเป็นนักกีฬาระดับโลกของเขากลับยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นในทุกวัน จนกระทั่งความสามารถไปเข้าตา เมห์ดี ซาทูต โค้ชมือทองชาวฝรั่งเศส-แอลจีเรีย ที่มองเห็นศักยภาพและรับเขาเข้าสังกัด พร้อมมอบโอกาสให้เดินทางมาฝึกซ้อมที่ยิมของเขาในประเทศไทย ภายใต้การชี้แนะของ เมห์ดี เจ้าของฉายา “The Buraq” ทำสถิติสมบูรณ์แบบ 13-0 จนได้รับโอกาสทองจาก วัน แชมเปียนชิพ ในฐานะมวยแทนเพื่อเผชิญหน้ากับเสมาเพชร แฟร์เท็กซ์อดีตผู้ท้าชิงแชมป์โลก เมื่อเดือนธันวาคม 2566 เขาสามารถคว้าโอกาสครั้งสำคัญในชีวิตได้ด้วยการน็อกซูเปอร์สตาร์ชาวไทยเพียงแค่ยกแรก พิสูจน์ให้โลกเห็นว่าเขาคือหนึ่งในยอดนักชกแถวหน้าที่พร้อมเขย่าสังเวียนขององค์กรศิลปะการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก