เมื่อดูจากครอบครัวที่เขาเติบโตมา ก็ไม่น่าแปลกใจที่ “เฟรดดีแฮ็กเกอร์ตี”นักชกจากประเทศอังกฤษ จะถูกลิขิตมาให้เป็นนักสู้ เขามีพ่อเป็นนักกีฬา MMA และมีพี่ชายเป็นถึงแชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิ่ง รุ่นแบนตัมเวต “โจนาธาน แฮกเกอร์ตี” แต่เฟรดดีในวัยเด็กกลับใช้เวลาว่างไปกับการแสดงละครเวทีแนวมิวสิคัลในย่านเวสต์เอนด์ อย่างเรื่องมาทิลดา และ ชาร์ลีกับโรงงานช็อกโกแลต แถมเขายังเคยเล่นไวโอลินอีกด้วย จนกระทั่งเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น ศิลปะการต่อสู้จึงเริ่มกลายมาเป็นจุดศูนย์กลางในชีวิตของเขา “เฟรดดี” เริ่มฝึกซ้อมที่ยิม ทีม โนว์ลซี และอยู่ภายใต้การเคี่ยวกรำของคุณพ่อที่ ทีม อันเดอร์กราวด์ ในลอนดอน โดยเรียนรู้ทั้งวิชามวยไทยและการต่อสู้แบบผสมผสาน (MMA) เฟรดดีลงแข่งขันกีฬาทั้งสองประเภทอย่างสม่ำเสมอในช่วงวัยรุ่น ครองสถิติ 2-0 ในการแข่งขัน MMA รุ่นสมัครเล่น ก่อนจะหันมาทุ่มเทให้กับมวยไทยเพียงอย่างเดียว ในฐานะนักสู้บนสังเวียน “ศาสตร์แห่งอาวุธทั้งแปด” เขาคว้าแชมป์ WBC มวยไทย รุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี ทั้งในระดับยุโรปและระดับประเทศ นอกจากนี้ยังเป็นเจ้าของตำแหน่งแชมป์มวยไทยบริติชหลายสมัย และแชมป์มวยไทยยุโรปอีก 2 สมัย ในปี 2567 เขาตามพี่ชายเข้าสู่ วัน แชมเปียนชิพ โดยทำผลงานได้อย่างโดดเด่นในศึก ONE ลุมพินี บนสังเวียนแห่งนี้ เขาแนะนำตัวให้แฟนกีฬาต่อสู้ทั่วโลกได้รู้จักด้วยการโชว์ผลงานชนะน็อก 3 ไฟต์รวด “เฟรดดี” ยังคงทำผลงานได้สมกับความคาดหวัง และเขาจะไม่ยอมหยุดจนกว่าจะได้เซ็นสัญญาเป็นนักกีฬาหลักขององค์กรศิลปะการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก และนำเข็มขัดแชมป์โลก ONE มาคาดเอวให้ได้เหมือนพี่ชายของเขา