ความมุ่งมั่นและความทุ่มเทที่สั่งสมมานานหลายปีได้นำพา “ดาวิต คิเรีย”มาสู่ทัพนักกีฬาคิกบ็อกซิ่ง รุ่นเฟเธอร์เวต ของ วัน แชมเปียนชิพ ซึ่งถือเป็นรุ่นที่มียอดฝีมือรวมตัวกันเนืองแน่นที่สุดในโลก นักชกพลังสูงจากเมืองซุกดิดี ประเทศจอร์เจีย เริ่มต้นเส้นทางศิลปะการต่อสู้จากการฝึกคาราเต้ตั้งแต่เด็ก ก่อนจะย้ายไปอยู่ที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ในปี 2550 เพื่อเปลี่ยนสายมาฝึกคิกบ็อกซิ่งอย่างเต็มตัวภายใต้การชี้แนะของโค้ชคู่ใจ บาชูกิ พาร์ตสวาเนีย เส้นทางอาชีพของเขาพุ่งทะยานอย่างต่อเนื่อง และภายในเวลาไม่ถึงทศวรรษ เขาก็ได้เป็นซูเปอร์สตาร์เต็มตัว เมื่อได้รับโอกาสชิงแชมป์โลก คิกบ็อกซิ่ง รุ่นไลต์เวต ของรายการ Glory ในฐานะมวยแทนแบบกะทันหัน แต่เขากลับเซอร์ไพรส์ทุกคนด้วยการน็อกคู่ต่อสู้ได้ก่อนเสียงระฆังยกสุดท้ายจะดัง แม้จะต้องเผชิญกับไฟต์ที่ยากลำบากในเวลาต่อมา แต่ด้วยสไตล์การชกที่รวดเร็ว ดุดัน เดินหน้ากดดันไม่หยุด และมีท่าเตะสุดพิเศษอย่างกระโดดเตะกลับหลัง และหมุนตัวเหวี่ยงส้น ทำให้ “ดาวิต” สามารถกำราบนักชกชื่อดังในวงการมานับไม่ถ้วน และกลายเป็นขวัญใจของแฟนกีฬาการต่อสู้ทั่วโลกในเวลาอันสั้น ความใจถึงและบุคลิกที่โดดเด่นของเขาเข้าตา วัน แชมเปียนชิพ และได้มาอยู่ร่วมชายคาในปี 2564 นับตั้งแต่นั้น ดาวิตได้ลงแข่งขันในรายการนี้มาแล้ว 4 ครั้ง โดยมีผลงานชิ้นโบแดงเป็นการน็อกเอ็นริโก เคห์ลตั้งแต่ยกแรก และมีอีก 3 ไฟต์ที่ต่อสู้อย่างสมศักดิ์ศรีจนครบยกกับคู่ชกระดับตำนานอย่างสุดยอดนักคิกบ็อกซิ่งผู้ยิ่งใหญ่ตลอดกาลจอร์จิโอ เปโตรเซียน, ยอดมวยชาวไทยสิทธิชัย ศิษย์สองพี่น้องและดาวรุ่งฟอร์มแรงโมฮัมเหม็ด บาวตาซา ต่อมา “ดาวิต” ได้โอกาสรับน้องตะวันฉาย พี.เค.แสนชัยสู่สังเวียนคิกบ็อกซิ่ง รุ่นเฟเธอร์เวต ในศึกONE Fight Night 13โดยมีแรงจูงใจที่จะกลับไปอยู่ในระดับท็อปอีกครั้ง